วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

ผักกาดหัวดองเค็ม หวาน


ผักกาดหัวหรือหัวไชเท้า (Raphanus sativus Linn) เป็นพืชพื้นเมือง ของเอเชีย นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เนื่องจากเป็นพืชที่ ปลูกง่าย เติบโตเร็ว แต่มีข้อเสียว่า เมื่อถึงกำหนดเก็บเกี่ยวแล้วจะต้องถอน หัวขึ้นมาทันที เพราะหากปล่อยไว้จะทำให้หัวฟ่าม ขายได้ราคาต่ำ เหตุนี้จึง ทำให้เกษตรกรต้องรีบขายหัวผักกาดนี้ไปโดยเร็ว ถึงแม้จะได้ราคาน้อย ก็ตาม     หัวไชโป้ว(Pickle turnip) หรือ หัวไชเท้าดองเป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมรับประทานกันมา ทั้งยังสามารถเก็บไว้บริโภคได้นานทั้งปี หัวไชเท้าดองมีด้วยกัน ชนิด คือหัวไชโป้วดองเค็ม และ หัวไชโปหวาน




อาหารที่นิยมใช้หัวไชโป้วมาเป็นส่วนประกอบได้แก่ หัวไชโป้วดองเค็มผัดกับไข่ ไข่เจียวไชโป้ว และในหน้าร้อนคนไทยนิยมรับประทานข้าวแช่ ซึ่งก็มีหัวไชโป๊วผัดหวานเป็นเครื่องเคียงด้วยเช่นกันหัวไชโป๊ว มีสรรพคุณ ล้างพิษ ขับพิษในร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหาร แถมยังช่วยให้นอนหลับง่ายอีกด้วย

การแปรรูปผักกาดหัวให้เป็นผักกาดเค็ม ผักกาดดองหวานที่เรียกว่า หัวไชโป๊ว เป็นวิธีถนอมอาหารอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เกษตรกรไม่จำเป็นต้องรีบ ขายหัวผักกาดสดให้แก่พ่อค้าไปในราคาถูก หัวผักกาดเค็มเป็นอาหารอีก ชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมรับประทานกันมาก และยังสามารถเก็บไว้บริโภคได้ ทั้งปีหลังจากที่เหลือจากการจำหน่ายแล้ว

อุปกรณ์และวิธีทำ

วัตถุดิบ 


1. หัวผักกาด หัวผักกาดที่เหมาะในการทำหัวผักกาดเค็ม ควรจะ เป็นหัวผักกาดที่ยังใหม่ อ่อนและสด ควรเป็นพันธุ์หนักเพราะเป็นพันธุ์ที่มี เนื้อแน่น เมื่อแปรรูปแล้วจะได้หัวไชโป๊วที่มีลักษณะตรงกับความต้องการของ ตลาด เก็บเกี่ยวในช่วงอายุระหว่าง 42-48 วัน หลังปลูก
2.เกลือ
3. น้ำสะอาด
  อุปกรณ์ 

1. มีด    
2. ภาชนะ เช่น ไห อ่างหรือขวด สำหรับบรรจุหัวผักกาดเค็ม
3. กระด้ง
4. ถุงผ้า   

วิธีทำ 

 การทำหัวผักกาดดองเค็ม



1.หัวไชเท้า






2.นำหัวไชเท้ามาล้างผิวให้สะอาด แล้วนำมาหั่นทั้งเปลือกเป็นชิ้นตามรูป



3.คลุกเกลือให้ทั่ว ใช้มือคนเบาๆให้เกลือเข้ากับไชเท้าจนเริ่มมีน้ำออกมาเล็กน้อย




  4. ปิดฝาหมักไว้สัก 1-2 ชม.  


       
5.แล้วนำหัวไชเท้าอออกมาล้างน้ำ



  6.ไปตากแดดให้แห้งสัก 1-2 ครั้ง        





7.ไชเท้าแห้งดีพอสมควร นำมาใส่ภาชนะ ที่มีฝาปิด



8.เตรียมทำน้ำดองค่ะ ใช้หม้อตั้งไฟใส่น้ำเล็กน้อย น้ำตาลทราย ข่า  ต้มให้น้ำเดือดจนน้ำตาลทรายละลาย


9.เติมน้ำผึ้งลงไปเพื่อให้สีของไชเท้าออกมาสวยงาม




10.รอให้น้ำดองเย็นลง แล้วค่อยนำมาใส่โหลไชเท้าค่ะ






11.ปิดฝาขวดโหล ทิ้งไว้สัก 4-5 วัน เพื่อให้ไชเท้าดูดน้ำดองเต็มที่ค่ะ 

                
 12.นำหัวผักกาดที่ได้นี้บรรจุใส่ไหหรือขวดที่นึ่งแล้ว ปิดฝา อัดแน่นให้เรียบร้อย ถ้าชอบให้มีรสหวานให้ใส่น้ำตาลปี๊บและใส่น้ำพอสมควรนำลงเคล้าผสมด้วย หลังจากเก็บไว้ 7 วัน สามารถนำมาบริโภคหรือเก็บไว้บริโภคได้ทั้งปี


การทำหัวผักกาดดองหวาน

1. นำหัวผักกาดที่ทำเค็มแล้วอย่างชนิดหัวเล็กมาแช่น้ำสาร ส้มประมาณ 2 ชั่วโมง

2. เตรียมน้ำเชื่อม อัตราส่วนน้ำเชื่อม 1 ส่วนต่อผักกาดหัว สองส่วน น้ำเชื่อมนี้ควรใส่ใบเตยหรือน้ำกาแฟเล็กน้อย

3. นำขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำแล้วใส่ไห

4. ใส่น้ำเชื่อมที่ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นแล้วลงไปในไหจนท่วมหัว ผักกาด แช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 วัน

5. นำขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำ แล้วบรรจุถุงจำหน่ายหรือไว้ใช้ รับประทานต่อไป



การที่อุ่นน้ำปรุงรสทุกวันเพื่อป้องกันการบูดเน่า การแปรรูปหัวผักกาดนี้นับว่าเป็นประโยชน์กับเกษตรกรอย่างมาก ทำให้เกษตรกรไม่จำต้อง รีบขายผักกาดหัวให้แก่พ่อค้าคนกลางในราคาที่ไม่เป็นธรรมอีกต่อไป








ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=rLRw_JQaw8A



ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=8yiAO3y9vMs

แหล่งอ้างอิง

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=phanet&month=15-07-2011&group=2&gblog=4
https://www.google.co.th/search?http://
pantip.com/topic/30210829
http://www.weloveshopping.com/template/w21/show_article.php?qid=100264&shopid=149590
http://pakamat3654.wordpress.com/12-2/